วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555

การเขียนรายงานวิชาการ

แบบทดสอบก่อนเรียน

กิจกรรมที่ 1
การเลือกเรื่องในการเขียนรายงานเชิงวิชาการคิดสร้างสรรค์เรื่องที่จะเขียนรายงานขณะทีศึกษา    "ลิลิตตะเลงพ่าย" และ "มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี" แล้ว ท่านว่า เรื่องใดที่น่าสนใจ อยากค้นคว้า อยากศึกษาให้ลึกซึ้ง เพื่อให้รู้จริง ตอบเฉพาะชื่อเรื่อง ในเวลา 3 นาที
ตอบ

  1. ความเชื่อที่ปรากฏในลิลิตตะเลงพ่าย
  2. นิราศในลิลิตตะเลงพ่าย
  3. ลักษณะของความฝัน
  4. การเล่นคำในลิลิตตะเลงพ่าย
  5. การแต่งตัวของช้างในการออกศึก
กิจกรรมที่2
การกำหนดทิศทางและขอบเขต คิดสร้างสรรค์เรื่องที่จะเขียนรายงาน ให้ท่านเลือกหัวข้อในกิจกรรมที่ 1 เพียงเรื่องเดียว แล้วฝึกเขียนจุดมุ่งหมาย พร้อมกำหนดขอบเขตของการศึกษา
ตอบ จุดมุ่งหมาย การแต่งตัวของช้างในการออกศึก
        ขอบเขตของการศึกษา  จะศึกษาจากหนังสือเรื่องลิลิตตะเลงพ่าย พร้อมทั้งหนังสือเกี่ยวกับการแต่งตัวของช้างในการออกศึก


กิจกรรมที่ 3
กำหนดรูปแบบวิธีการ และระบุแหล่งข้อมูล
  คำสั่ง : จงอ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วบันทึกโดยนำความรู้ที่ศึกษามาใช้ กำหนดรูปแบบ  วิธีการเอง และอย่าลืม ระบุแหล่งข้อมูลด้วย

ตอบ     หัวข้อหลัก  : โลหะปราสาทปูชนียสถานหนึ่งเดียวในโลกที่เมืองไทย
            หัวข้อรอง   : ความหมายของโลหะปราสาท

            เนื้อหา   โลหะปราสาทเป็นปูชนียสถานที่สำคัญคู่กรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งเมื่อก่อนถูกบดบังด้วยอาคาร และอาคารนี้ได้เป็นโรงละครเก่า ต่อมา กทม ได้รื้อทิ้งและใช้เนื้อที่ตรงนั้นสำหรับรับแขกอะคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และอีกส่วนหนึ่งสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งดกล้าเจ้าอยู่หัว และในผัจจุบันได้มีการบูรณะสืบต่อกันมา จึงมีสภาพที่สมบูรณ์ นับเป็นปูชนียสถานที่สำคํญมาตั้งแต่กรุงรัตนโกสินทร์และเป็นโลหะปราสาทที่เหลืออยู่เพียงองค์เดียวในโลกเท่านั้น
     ที่มา : สกุลไทย ปีที่ ๔๐ ฉบับที่ ๒๐๕๓ (อังคารที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗) : หน้า ๖๑


กิจกรรมที่ 4  การวางโครงเรื่อง

กิจกรรมที่ 5  การเรียบเรียงเนื้อเรื่อง


กิจกรรมที่ 6  การเขียนบรรณานุกรม
คำสั่ง : จงพิจารณารายละเอียดต่อไปนี้แล้ว ทำกิจกรรมต่อไปนี้
   1. การจัดเรียงรายละเอียดในแต่ละกลุ่มไม่ถูกต้อง
        ตอบ 1 2 3 4
   2. จงเรียงลำดับบรรณานุกรมแต่ละเล่มให้ถูกต้องโดยนำเสนอเฉพาะหมายเลข
     ๑. โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง , ร้อยกรอง สิทธา พินิจภูวดล , ประทัป วาทิตทินทร นครหลวงกรุงเทพธนบุรี :           ๒๕๑๖
  ๒. "นิทานนานาชาติ" (๒๔ สิงหาคม ๒๕๒๓) บรรจบ พันธุเมธา สตรีสาร ๓๓
  ๓. คู่มือเลี้ยงทารก กรุงเทพมหานคร : ๒๕๑๑ สมศิริ(นามแฝง) แพร่พิทยา
  ๔. คู่มือเลี้ยงทารก กรุงเทพมหานคร : ๒๕๑๑ สมศิริ(นามแฝง) แพร่พิทยา
  ๕. คึกฤทธิ์ ปราโมช , ม.ร.ว. "ซอยสวนพลู" ๗ (๒๗ กันยายน ๒๕๒๓) : สยามรัฐ

       ตอบ  5 3 4 2 1


แบบทดสอบหลังเรียน


วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ความตึงผิว (Surface tension)


ความตึงผิว (Surface tension)

   ความตึงผิว เป็นสมบัติอย่างหนึ่งของของเหลว ซึ่งทำให้ผิวหน้าของน้ำเป็นเสมือนผิวหนังบางคลุมน้ำข้างใต้ไว้ ซึ่งบางคนคงเคยเห็นแมลงบางชนิดเดินหรือยืนบนผิวน้ำได้ และการเป่าน้ำสบู่ให้กลายเป็นฟองอากาศ สิ่งพวกนี้เกิดขึ้นได้เพราะน้ำมีความตึงผิว   
                 ดังเช่นในรูป


                                  http://www.rmutphysics.com/charud/oldnews/0/286/15/9/Fluid/sureface.htm

ความตึงผิว คือ อัตราส่วนระหว่างแรงตึงผิวของของเหลว มีหน่วยเป็น นิวตัน ต่อ เมตร ( N/m)
สูตร  g = F/L
         g คือ ความตึงผิว
         F คือ แรงตึงผิว
         L คือ ความยาวที่ถูกแรงตึงผิวกระทำ 1 ผิว
ความตึงผิวเกี่ยวข้องกับแรงดึงดูด 2 ชนิด คือ
  • แรงโคฮีชั่น เป็นแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลน้ำ
  • แรงแอดฮีชั่น เป็นแรงยึดเหนี่ยวของโมเลกุลน้ำกับอย่างอื่น


   แรงตึงผิว(Surface tension) คือ คุณสมบัติของพื้นผิวของของเหลว เป็นสิ่งทำให้เกิดบางส่วนของพื้นผิวของเหลวถูกดึงดูด(ยึดเข้าไว้ด้วยกัน)สู้พื้นผิวอื่น
   ความตึงผิวของของเหลวแต่ละชนิดที่อุณหภูมิเดียวกันมีค่าไม่เท่ากัน สำหรับของเหลวชนิดหนึ่งความตึงผิวจะเปลี่ยนไปเมื่อมีสารเจือ เช่น น้ำเกลือหรือน้ำสบู่ซึ่งมีความตึงผิวน้อยกว่าน้ำ และความตึงผิวจะลดลงเมื่ออุณหภูมิของของเหลวเพิ่มขึ้น
   ตารางข้างล่างแสดงความตึงผิวของของดหลวบางชนิดที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส


ของเหลว
ความตึงผิว(N/m)
ปรอท
0.4350
น้ำ
0.0728
กลีเซอรอล
0.0631
เบนซิน
0.0289
เอทิลแฮลกอฮอล์
0.0223
ความตึงผิวในชีวิตประจำวัน
ความดันภายในฟองของเหลว (pressure inside a bubble)
         ความตึงผิวทำให้เกิดผลต่างระหว่างความดันภายใน และภายนอกของฟองสบู่ หรือหยดของเหลว ฟองสบู่ประกอบด้วยผิวของฟิล์มสองผิว (ภายในกับภายนอก) โดยมีของเหลวที่เป็นชั้นบาง ๆ อยู่ระหว่างผิวทั้งสอง ภายในมีอากาศอยู่ ความตึงผิว ทำให้ฟิล์มทั้งสองพยายามหดตัว เพื่อให้ได้พื้นที่ผิวของฟองสบู่มีขนาดเล็กที่สุด แต่ในขณะที่มันหดตัวไปเรื่อย ๆ ความดันอากาศภายใน จะเพิ่มขึ้นจนในที่สุดมันสามารถดันฟิล์มทั้งสองไม่ให้หดตัวอีกต่อไป

                   เราจะหาผลต่างระหว่างความดันภายในกับภายนอกในรูปของรัศมีของฟองสบู่ และความตึงผิว  ของน้ำสบู่ ในขั้นแรกเราสมมติว่าภายนอกฟองสบู่ไม่มีความดัน แต่ละครึ่งของฟองสบู่อยู่ในสมดุล ครึ่งล่างของฟองสบู่แสดงให้เห็นในรูป  แรงต่าง ๆ ที่กระทำบนพื้นผิววงกลมได้แก่ แรงดึงขึ้นที่ขอบเนื่องจากความตึงผิวและแรงกดลงเนื่องจากความดันของอากาศในส่วนครึ่งบน ขนาดของเส้นรอบวงที่แรงตึงผิวกระทำอยู่มีค่าเป็น  (กรณีที่รัศมีภายในกับภายนอกต่างกันน้อยมาก ๆ) ดังนั้นแรงตึงผิวของผิวภายในมีค่าเป็นและแรงตึงผิวของผิวภายนอกมีค่าเป็น  ดังนั้นแรงตึงผิวสุทธิคือ 
ความดันอากาศ(ภายใน)  ทำให้เกิดแรงกระทำในทิศลงกับพื้นที่หน้าตัด ดังนั้นแรงเนื่องจากความดันอากาศภายในจึงเท่ากับ  เพื่อทำให้ฟองสบู่อยู่ในสภาวะสมดุล ผลรวมของแรงทั้งหมดต้องเท่ากับศูนย์ จะได้ว่า ขนาดของแรงตึงผิวสุทธิ = ขนาดของแรงเนื่องจากความดันอากาศ ดังนี้ 

(7-10)
ในความเป็นจริง ความดันภายนอกฟองสบู่ไม่เป็นศูนย์ สมการ (7-10) คือผลต่างระหว่างความดันภายนอกและภายในฟองสบู่ (ความดันเกจ) ดังนั้นถ้าความดันภายนอกฟองสบู่เท่ากับความดันบรรยากาศ จะได้ว่า
 (ฟองสบู่)
(7-11)
สำหรับหยดของเหลวจะมีผิวฟิล์มเพียงหนึ่งผิวเท่านั้น (one surface film) ดังนั้นแรงตึงผิวสุทธิจึงมีค่าเป็นครึ่งหนึ่งของฟองสบู่ คือ  ในสภาวะสมดุลผลต่างระหว่างความดันภายในหยดของเหลวกับความดันอากาศภายนอกจึงเป็น
(หยดของเหลว)
(7-12)
เมื่อขนาด(รัศมี)ของฟองสบู่หรือหยดของเหลวลดลง ผลต่างของความดันภายในกับภายนอกจะมากขึ้น ดังนั้นเพื่อที่จะให้หยดน้ำเล็ก ๆ (R เล็ก) ไหลผ่านเข้าไปตามรอยแยกเล็ก ๆ เช่นใยผ้า จะต้องลดผลต่างของความดันโดยอาจทำให้น้ำร้อนขึ้น (เมื่อน้ำร้อนขึ้น ความตึงผิวของมันจะลดลง) หรือเติมสบู่เข้าไปในน้ำเพราะสบู่มีความตึงผิวน้อยกว่าน้ำ(ที่อุณหภูมิเดียวกัน)



แหล่งอ้างอืง 



http://www.il.mahidol.ac.th/e-media/ap-physics2/lesson7_5.html